อุโบสถ - อุปกะ
อุโบสถ 1.
การสวดปาฏิโมกข์ของพระสงฆ์ทุกกึ่งเดือน เป็นเครื่องซักซ้อมตรวจสอบความบริสุทธิ์ทางวินัยของภิกษุ
ทั้งหลาย และทั้งเป็นเครื่องแสดงความพร้อมเพรียงของสงฆ์ด้วย อุโบสถมีชื่อเรียกย่อยออกไปหลายอย่าง
การทำ
อุโบสถจะมีการสวดปาฏิโมกข์ได้ต่อเมื่อมีภิกษุครบองค์สงฆ์จตุรวรรคคือ ๔ รูปขึ้นไป
ถ้าสงฆ์ครบองค์กำหนดเช่นนี้
ทำอุโบสถ เรียกว่า สังฆอุโบสถ แต่ถ้ามีภิกษุอยู่เพียง ๒ หรือ ๓ รูป
เป็นเพียงคณะท่านให้บอกความบริสุทธิ์แก่กัน
และกันแทนการสวดปาฏิโมกข์ เรียกอุโบสถนี้ว่า คณอุโบสถ หรือ ปาริสุทธิอุโบสถ
ถ้ามีภิกษุอยู่ในวัดรูปเดียว ท่าน
ให้ทำเพียงอธิษฐานคือตั้งใจกำหนดจิตว่าวันนี้เป็นอุโบสถของเรา (อชฺช เม อุโปสโถ)
อุโบสถที่ทำอย่างนี้ เรียกว่า
ปุคคลอุโบสถ หรือ อธิษฐานอุโบสถ; อุโบสถที่ทำในวันแรม ๑๔ ค่ำ
เรียกว่า จาตุทสิก ทำในวันขึ้นหรือแรม ๑๕ ค่ำ
เรียกว่า ปัณณรสิก ทำในวันสามัคคี เรียกว่า สามัคคีอุโบสถ 2.
การอยู่จำ, การรักษาศีล ๘ และบำเพ็ญข้อปฏิบัติอย่าง
อื่นที่สมควรมีฟังพระธรรมเทศนาเป็นต้นของคฤหัสถ์ ในวันขึ้นและแรม ๘ ค่ำ วันจันทร์เพ็ญและวันจันทร์ดับ
3. วัน
อุโบสถสำหรับพระสงฆ์ คือวันจันทร์เพ็ญ (ขึ้น ๑๕ ค่ำ) และวันจันทร์ดับ (แรม
๑๕ ค่ำ หรือ ๑๔ ค่ำ เมื่อเดือนขาด),
สำหรับคฤหัสถ์ คือวันพระ ได้แก่ วันขึ้นและแรม ๘ ค่ำวันจันทร์เพ็ญ และวันจันทร์ดับ
4. สถานที่สงฆ์ทำสังฆกรรม
เรียกตามศัพท์ว่า อุโปสถาคารหรืออุโปสถัคคะ, ไทยมักตัดเรียกว่าโบสถ์
อุโบสถ (ขยายเฉพาะความหมายที่
2.) อุโบสถ คือ การอยู่จำรักษาองค์ ๘ ที่โดยทั่วไปเรียกกันว่าศีล ๘
ของอุบาสก
อุบาสิกา นั้น จำแนกได้เป็น ๓ ประเภท คือ ๑. ปกติอุโบสถ อุโบสถที่รักษาตามปกติชั่ววันหนึ่งกับคืนหนึ่ง
ปัจจุบัน
นิยมรักษากันเฉพาะในวันขึ้นและแรม ๘ ค่ำ วันจันทร์เพ็ญ คือ ขึ้น ๑๕ ค่ำ และวันจันทร์ดับคือแรม
๑๕ หรือ ๑๔ ค่ำ
(ปกติอุโบสถอย่างเต็ม มี ๘ วัน คือ วัน ๕ ค่ำ ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ ของทุกปักษ์
ถ้าเดือนขาดรักษาในวันแรม ๑๓
ค่ำด้วย) ๒. ปฏิชาครอุโบสถ อุโบสถของผู้ตื่นอยู่ (คือผู้กระตือรือร้นขวนขวายในกุศล
ไม่หลับใหลด้วยความประมาท)
ได้แก่ อุโบสถที่รักษาครั้งหนึ่ง ๆ ถึง ๓ วัน คือ รักษาในวันอุโบสถตามปกติ
พร้อมทั้งวันหน้าและวันหลังของวันนั้น
ซึ่งเรียกว่า วันรับและวันส่งด้วย เช่น อุโบสถที่รักษาในวัน ๘ ค่ำ มีวัน ๗
ค่ำ เป็นวันรับ วัน ๙ ค่ำ เป็นวันส่ง (เดือน
หนึ่งๆ จะมีวันรับและวันส่งรวม ๑๑ วัน, วันที่มิใช่วันอุโบสถ ในเดือนขาดมี
๑๐ วัน เดือนเต็ม ๑๑ วัน) ๓. ปาฏิหาริย
อุโบสถ อุโบสถที่พึงนำไปคือให้เป็นไปตรงตามกำหนดเป็นประจำในแต่ละปี หมายความว่าในแต่ละปีมีช่วงเวลาที่
กำหนดไว้เฉพาะที่จะรักษาอุโบสถประเภทนี้ อย่างสามัญ ได้แก่อุโบสถที่รักษาเป็นประจำตลอด
๓ เดือน ในพรรษา
(อย่างเต็มได้แก่รักษาตลอด ๔ เดือน แห่งฤดูฝน คือ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึง ขึ้น
๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒, ถ้าไม่สามารถรักษา
ตลอด ๔ เดือน หรือ ๓ เดือน จะรักษาเพียง ๑ เดือน ระหว่างวันปวารณาทั้งสองคือ
แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ
เดือน ๑๒ ก็ได้, อย่างต่ำสุดพึงรักษากึ่งเดือนต่อจากวันปวารณาแรกไปคือ แรม
๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึง แรม ๑๔ ค่ำ เดือน
๑๑); อย่างไรก็ตาม มติในส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับอุโบสถ ๒ ประเภทหลังนี้ คัมภีร์ต่างๆ
ยังแสดงไว้แตกต่างไม่ลง
กันบ้าง ท่านว่าพอใจอย่างใด ก็พึงถือเอาอย่างนั้น เพราะแท้จริงแล้ว จะรักษาอุโบสถในวันใดๆ
ก็ใช้ได้ เป็นประโยชน์
ทั้งนั้น แต่ถ้ารักษาได้ในวันตามนิยมก็ย่อมควร
อุโบสถกรรม การทำ
อุโบสถ 1.
อุโบสถศีล ศีลที่รักษาเป็นอุโบสถ
หรือศีลที่รักษาในวันอุโบสถ ได้แก่ ศีล ๘ ที่อุบาสกอุบาสิกาสมาทานรักษาเป็นการ
จำศีลในวันพระ คือขึ้นและแรม ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ (แรม ๑๔ ค่ำในเดือนขาด)
อุปกะ ชื่ออาชีวกผู้หนึ่ง
ซึ่งพบกับพระพุทธเจ้าในระหว่างทาง ขณะที่พระองค์เสด็จจากพระศรีมหาโพธิ์ไปยังป่า
อิสิปตนมฤคทายวัน เพื่อโปรดพระปัญจวัคคีย์